ในช่วงหลายๆปีที่ผ่านมาจะปรากฏข่าวเกี่ยวกับม็อบมากมาย ปิดถนนบ้างปิดเขื่อนบ้าง ปักหลักชุมนุมตามสถานที่ต่างๆบ้าง ประท้วงกันบ่อยซะจนมีบางคนเคยพูดว่า “ประเทศไทย ถ้าอยากได้อะไร ให้ประท้วงเอา” และเปลี่ยนจาก Thailand Land of smiles. กลายเป็น Land of mob. ไปซะ ที่หากมองด้วยสายตา และคิดด้วยความคิดของคนที่มองจากภายนอกไม่ได้เข้าไปสัมผัสอย่างจริงจัง อาจจะมองว่าคนเหล่านี้เป็นพวกที่สร้างความเดือดร้อนความรำคาญแก่ผู้อื่น ดูมันช่างน่าเบื่อน่ารำคาญซะยิงนักในสายตาคนทั่วๆไป
ภาพพจน์ของ mob หรือผู้ชุมนุมประท้วงกลับยิ่งแย่หนักขึ้นไปอีก เมื่อข่าวถูกเผยแพร่ออกตามสื่อต่างๆ อาจจะด้วยเหตุเพราะ “ความเกรงใจ” ของสื่อต่างๆที่มีต่อ “ผู้บริหารอำนาจรัฐ” ซึ่งในสถานการณ์บ้านเมืองเช่นนี้ ถ้าใครจะเข้าใจว่าเป็นนักการเมืองก็ได้ ไม่ผิด แต่จริงๆแล้วหมายรวมถึง “ข้าราชการ” ด้วยและคู่กรณีของผู้ชุมนุมประท้วงเหล่านี้มักจะเป็นหน่วยงานภาครัฐ ส่วนปัญหาก็สารพัดรูปแบบ แต่จะพบบางอย่างที่คล้ายกัน คือ ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากหน่วยงานภาครัฐ
คนที่คิดว่า ม็อบ สร้างความเดือดร้อน ม็อบไม่ดี ม็อบมันเลว อยากให้กลับหันมามองเหล่าผู้ชุมนุมเหล่านี้ให้ลึกลงอีกนิด โดยทั่วไปนิสัยคนไทยส่วนใหญ่เป็นพวกที่รักความสงบ ไม่อยากมีเรื่องมีราวอะไรกับใคร และยิ่งจะให้ทิ้งหน้าที่ ไม่ว่าจะเป็นทำไร่ ทำนา ทำสวน ออกไปประท้วงน่ะหรือ ถ้าไม่เดือดร้อนจริงๆ ไม่มีทางหรอก ใครจะออกไปเสี่ยงถูกจับ ใครจะหยุดทำมาหากินไปนั่งตากแดด ตากฝน ปิดถนน ฯลฯ จากการได้เข้าไปสัมผัสผู้ชุมนุมเรื่องต่างๆหลายๆที่ หลายๆครั้ง ที่ล้วนแล้วแต่เป็นคนที่เดือดร้อน หรือ ได้รับความไม่เป็นธรรมแทบทั้งนั้น ปัญหาเรื่องปากท้องบ้าง ปัญหาความไม่เป็นธรรมของหน่วยงานรัฐบ้าง ฯลฯ
หากมองถึงต้นต่อของปัญหาล้วนมาจากภาครัฐแทบทั้งสิ้น หากรัฐมีการบริหารต่างๆถูกต้องและเป็นธรรม ปัญหาต่างๆ ที่จะทำให้ประชาชนพากันแห่ออกมาประท้วงคงจะน้อยลงหรือไม่มีเลย แต่ภาพที่เห็นๆกันคือ ผู้บริหารอำนาจรัฐมีนโยบายที่ออกมาส่วนใหญ่ ไม่ได้สนใจประชาชนอย่างจริงจัง มีแต่โครงการที่ชื่อเท่ห์ ภาพสวยหรู แต่ผลการปฏิบัติเกิดประโยชน์ต่อส่วนรวมหรือประชาชนน้อยมาก หรือแทบจะไม่ได้ประโยชน์เลย และเมื่อนโยบายเฮงซวยนี้ รวมกับการคดโกงคอร์รัปชั่นของเหลือบไรการเมืองแล้ว งบประมาณที่ใช้จ่ายลงไป มิได้เกิดประโยชน์ที่คุ้มค่าเลย ในระยะหลังๆกลับแย่หนักลงไปอีก เมื่อมีนโยบายแหกตาประชาชน แอบแฝงสารพัดแต่แท้ที่จริงก็เจตนาจะเก็บเม็ดเงินของชาติเข้าพกเข้าห่อตัวเองและพวกพ้อง ไม่ได้เคยคิดหรือสำนึกในฐานะที่ตนดำรงคงอยู่เลยว่า มีหน้าที่ทำอะไร ไม่ได้สำนึกหรือคำนึงถึงคำสัตย์ของตนเองที่เคยกล่าวก่อนเข้ามาทำหน้าที่นี้ เมื่อไม่ปฏิบัติในสิ่งที่ควรปฏิบัติ ไม่รู้จักหน้าที่ที่มีผลต่อประชาชนคนหมู่มากของตัวเอง ปัญหามันก็ต้องเกิดเป็นธรรมดา ทั้งจากผู้ที่เดือดร้อนโดยตรง และจากผู้ที่เห็นความไม่เป็นธรรมและเข้ามาสนับสนุน
หากต้องการแก้ปัญหาการชุมนุมประท้วงอย่างแท้จริง ต้องแก้ที่ต้นเหตุที่ทำให้ประชาชนเดือดร้อน คือการบริหารที่ผิดพลาดทั้งที่ตั้งใจและไม่ตั้งใจของภาครัฐ
เมื่อคนบางคนเข้ามาอยู่ในฐานะที่ค่าตอบแทนสูง ทั้งได้รับเกียรติและได้รับการยกย่อง ก็น่าจะปฏิบัติหน้าที่ให้สมเกียรติที่ได้รับ อย่ามัวแต่คิดลุ่มหลงในอำนาจ และอย่าลืมว่า อำนาจที่แท้จริง เป็นของประชาชน หากทำหน้าที่บริหารอำนาจโดยไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ของ เจ้าของอำนาจ ก็เท่ากับว่า “ไม่รู้หน้าที่”อย่านึกว่าตนเองเป็น “เจ้าของอำนาจ” เพราะแท้ที่จริงก็เป็นเพียงแค่ผู้มา ทำหน้าที่ “บริหารอำนาจ” เท่านั้น
บุคคลที่ไม่รู้และไม่ทำหน้าที่ของตนเอง มันก็ไม่ได้มีคุณค่าในตัวตนของบุคคลนั้น มากไปกว่า สัตว์เลื้อยคลานครึ่งบกครึ่งน้ำที่มีรูปลักษณ์คล้ายๆกิ้งก่า ซักเท่าไรหรอก












